ลำไย ไหทองคำ สุดภูมิใจ หอบเงินสดซื้อบ้าน-รถหรู ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง

 Feb, 21 - 2018   news

ลำไย ไหทองคำ เปิดใจอัปเดตชีวิตหลังโด่งดัง เผยหอบเงินสดเกือบ 10 ล้านบาท ซื้อบ้าน-รถหรูให้ตัวเองและคุณแม่ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

เรียกว่าโด่งดังสุด ๆ ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ ลำไย ไหทองคำ เจ้าของเพลงฮิต ผู้สาวขาเลาะ ซึ่งเธอคนนี้ขยันทำงานอย่างหนัก และเพิ่งหอบเงินเกือบ 10 ล้านบาท ไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงและบ้านหรูให้ครอบครัว ล่าสุด (21 กุมภาพันธ์ 2561) ลำไย ได้มาร่วมรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์, เบนซ์ พรชิตา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร พร้อมเปิดใจถึงชีวิตว่า ภูมิใจมากค่ะ เพราะว่าหนูไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ ไม่คิดว่าจะมีเพลง แล้วจะมีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้ค่ะ

ล่าสุดถอยรถบีเอ็มให้คุณแม่ ?

ลำไย : ใช่ค่ะ คือคุณแม่ชอบด้วยค่ะ คือทุกคนจะมีความใฝ่ฝันค่ะ อย่างหนูก็อยากจะมีบ้านมีรถหรู หนูก็อยากจะให้แม่มีเหมือนกัน ก็เค้าอยากได้เค้าบอกว่าสวย แต่คุณแม่กับหนูขับรถไม่เป็นนะคะ แต่คือซื้อมาก่อน แล้วค่อยไปหัดขับแล้วกันค่ะ รถซื้อเงินสดค่ะ 4.3 ล้านบาท ให้แม่แบกเงินไปซื้อ เป็นชื่อแม่ค่ะ ซึ่งบ้านก็ซื้อเงินสดค่ะ 4.8 ล้านค่ะ

ทำงานทุกวัน ยอมเหนื่อยเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ?

ลำไย : ใช่ค่ะ เราต้องดูแลแม่ ตา ยาย แล้วก็พ่อด้วยค่ะ แม่มาอยู่กับหนูที่กรุงเทพฯ ส่วนตากับยายอยู่ที่ต่างจังหวัด ตอนนี้ก็ให้พ่อดูแลตากับยายค่ะ เราก็จะให้เงินตากับยายทิ้งไว้ทีละ 1-2 หมื่นบาท ส่วนถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมเค้าก็จะบอกเราเองค่ะ แต่ว่าพอเค้าได้ไปเค้าก็ไม่ใช้อะไร เก็บไว้เหมือนเดิมแล้วก็เอามาให้เราฝากธนาคารให้ ส่วนคุณแม่จะเป็นคนเก็บตังค์ให้หนู เพราะหนูเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ เลยพยายามซื้อเป็นของ อย่างบ้านกับรถ

คนอาจจะดราม่ามองว่าเราใช้เงินเกินตัว ?

ลำไย : ก็น่าจะมีอยู่แล้วค่ะ หนูคิดว่านะ แต่อะไรที่เราทำแล้ว ครอบครัวเรามีความสุข ดีกว่าเราทำให้คนนอกมีความสุข แล้วครอบครัวเราไม่มีความสุข มันก็ยังไงอยู่ เราก็เอาครอบครัวเรา พ่อแม่เราให้มีความสุข ให้แฮปปี้ดีกว่า

หลายคนมองว่า เราลืมตัว ?

ลำไย : ก็มีคนพูดค่ะ บางทีเราทำงาน เราอาจจะไม่ได้ไปเทคแคร์คนใกล้ตัวหรือคนสนิทมากเท่าที่ควร ด้วยความที่เราทั้งหาเวลาพักผ่อนด้วย ทำงานหนักด้วย แต่หนูก็ไม่ได้ยินที่เค้าพูดหรอก แต่เค้าน่าจะคิด ๆ กัน อย่างคนที่เคยสนิทค่ะ เพราะช่วงนี้เรามาทำงาน เราก็ทุ่มตัวเองให้กับงาน ให้กับครอบครัวด้วย ไม่ได้ไปเจอเค้าเท่าไร

ช่วงชีวิตที่ลำบากที่สุด ?

ลำไย : ตอนนั้นช่วงนั้นก็มีท้อแท้นะคะ เพราะเราก็ลำบาก แต่เราก็สู้ชีวิตนะคะ ตอนนั้นยายมาขายของคนเดียว เรียกว่ายายเป็นเสาหลักของครอบครัวเลย ส่วนตาอยู่ต่างจังหวัด แม่ก็มาช่วยยาย หนูมาเรียนในกรุงเทพฯ แม่ไม่ได้ทำงานก็มาช่วยยาย หนูก็มาช่วยยาย ยายหาตังค์คนเดียวมาส่งหนูเรียน พอตอน ป.4 หนูก็ไปร้องเพลง ได้ค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท ทุกวันนี้ครอบครัวเป็นแรงผลักดันให้มีทุกวันนี้ค่ะ เพราะหนูอยากให้ครอบครัวมีความสุข อยากให้เรามีเหมือนบ้านอื่นค่ะ ก็ต้องขยันเพื่อให้เรามีจุดนี้

ด้วยความที่เราแต่งโป๊ และท่าเต้นเกินงาม เคยโดนลวมลามบ้างมั้ย ?

ลำไย : ไม่มีค่ะ เค้าไม่น่าจะลวนลามเราได้ เพราะเราอยู่บนเวทีสูง และเค้าอยู่ด้านล่าง แค่จับมือเราได้ค่ะ

เห็นว่าอยากกลับไปเรียน ?

ลำไย : ใช่ค่ะ อยากกลับไปเรียนนาฏศิลป์ เพราะว่าตอนก่อนหน้านี้หนูไม่ได้วางแผนชีวิตว่าจะเป็นนักร้องอาชีพ ตอนนั้นเราคิดไว้ว่าอยากจะเป็นครูสอนนาฏศิลป์ค่ะ คือหนูเรียนจบ ม.5 ค่ะ แต่ไม่ได้เรียนต่อ แล้วตอนนั้นหนูโดนกระแสพอดี หนูเองก็ไม่สบายใจและไม่อยากให้โรงเรียนเสียชื่อเสียงด้วยค่ะ

งานเยอะจนเกิดปัญหาสุขภาพเรื่องเสียง ?

ลำไย : ตอนนั้นใหม่ ๆ หนูยอมรับว่าใช้เสียงไม่เป็น แล้วตอนที่เราร้องเพลงหนูก็ใช้การตะโกนจนเสียงแหบ แต่หนูไม่รู้ว่าเพราะอะไร คิดว่ามันแหบเดี๋ยวก็หาย จากนั้นมาก็เริ่มเสียงหาย ไปหาหมอ หมอบอกว่าเส้นเสียงบวมค่ะ ทุกวันนี้ก็ไม่หายเป็นปกติค่ะ แต่ว่าไม่แย่ รักษาไปเรื่อย ๆ ค่ะ แต่หมอบอกว่าถ้าใช้เสียงหนักมากมันจะขึ้นมาอีก

ตอนนั้นร้องเพลงไปด้วย ร้องไห้ไปด้วย ?​

ลำไย : ใช่ค่ะ คือเราตั้งใจจะร้องเพลงให้ทุกคนดู แล้วคนมารอดูเราเยอะมาก แต่เราไม่มีเสียงเลย วันนั้นน้องอาร์มที่แต่งเพลงผู้สาวขาเลาะให้หนูก็ไปช่วยร้องเพลง คนดูเค้าก็เข้าใจค่ะ

ช่วงใหม่ ๆ มีข่าวงานชนกันหนักมาก ?

ลำไย : ใช่ค่ะ ตอนนั้นยังใหม่ ๆ เราดีใจที่มีงาน เค้าจ้างงานเราเยอะมาก แล้วทีมงานก็ชุลมุนวุ่นวาย ยังจัดคิวไม่เป็น ก็รับ ๆ งาน มีคนรับงานสองคน มันเลยชนกัน กลายเป็นรับงานวันเดียวกัน เป็นคิวซ้อน เราก็ไปค่ะ พยายามไปให้ครบ ก็มีอาจจะไปช้าบ้าง บางที่อาจจะไปแววใกล้หมดเวลาแล้ว บางที่เหลือเวลาครึ่งชั่วโมง เราก็พยายามอัด ๆ เพลงให้เต็มที่ แต่ไม่ทัน เราก็ขอโทษเค้า มาตอนนี้ลงตัวทุกอย่างแล้วค่ะ


Related articles